ชมัยมรุเชฐ...สะพานสายรุ้ง
posted on 02 Jul 2008 23:15 by born2be-me in Mood
ชมัยมรุเชฐ ชื่อนี้ผมเห็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อครั้งเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ใหม่ๆ
ตอนนั้นนั่งรถเมล์สาย ๗๒ มาลงที่วัดเบญจมบพิตร แล้วเดินเลียบคลองเปรมประชากร*มาถึงสะพานนี้
ตรงจุดที่ถนนพระรามที่ ๕* ตัดกับถนนพิษณุโลก* หัวมุมข้างหน้าฝั่งซ้ายก็เป็นวิทยาลัยพณิชยการพระนครที่จะมาสมัครสอบ ด้านขวาก็เป็นทำเนียบรัฐบาล
ตอนเดินข้ามสะพานก็ยังคิดว่าชื่อสะพานแปลกและไพเราะดี แต่ก็ไม่รู้ที่มาที่ไป
พอถึงวันสอบ ข้อสอบข้อแรกที่ถามก็คือ สะพานที่อยู่ตรงแยกนั้นชื่อสะพานอะไร? ก็เลยตอบได้ทันที
...ยังนึกในใจอยู่เลยว่าถึงจะอยากให้นักเรียนเป็นคนช่างสังเกต แต่ถ้าเป็นนักเรียนที่มาจากต่างจังหวัดแล้วไม่ได้ผ่านเส้นทางนี้ จะรู้ชื่อสะพานนี้ได้อย่างไร
...แต่อย่างว่าล่ะนะ นักเรียนที่มาสอบที่นี่ก็ล้วนต้องมากราบไหว้อนุสาวรีย์เสด็จเตี่ย (กรมหลวงชุมพรฯ) กันทั้งนั้น ซึ่งจะต้องมองเห็นสะพานนี้อย่างแน่นอน...
หลังจากสอบเข้าได้เป็นหนึ่งใน "เซียงเงี้ยบฮ้อ" ปวารณาตัวเป็นลูก "เสด็จเตี่ย" แล้ว ก็ต้องเดินผ่านสะพานนี้ทุกวัน
หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาสะพานนี้มีทั้งครึกครื้นและเคร่งเครียดจนเป็นข่าว เพราะพันธมิตรฯ ยึดย่านนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ และประชาชนและนักเรียนที่อยู่ย่านนี้หรือต้องอาศัยเส้นทางย่านนี้ต้องร้องต่อศาลจนมีคำสั่งออกมาตามที่เป็นข่าว ทำให้อยากรู้จักสะพานนี้มากขึ้น
(ขอบคุณภาพจากบ้านคุณญาใจ)
จนวันก่อนท่านนายกฯ ออกรายการทีวีพูดถึงสะพานนี้ว่า
" เช้านี้มีคำถามก่อนเพื่อนเลย ขอให้ตอบก่อนพูด เพราะกลัวว่าวันนี้พูดเยอะแล้วจะหมดเวลา ช่วยแปลคำว่า สะพานชมัยมรุเชฐ ให้ฟังหน่อย เพราะลูกถามแปลให้ลูกฟังไม่ได้ รู้คำว่าเดียว คำว่า “เชษฐ์” แปลว่า พี่ แต่ ชมัย กับ มรุ ไม่รู้แปลว่าอะไร สะพานอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาลครับ คำว่า “ชมัย” แปลว่า ทั้งสอง ถ้าจะเทียบให้ใช้ภาษาอังกฤษก็ both แปลว่าทั้งสอง “มรุ” แปลว่าที่ล่วงลับไปแล้ว เจ้านายท่านสร้างสะพานนี้อุทิศให้พระเชษฐาที่ล่วงลับไปแล้วสองพระองค์ ชมัยมรุเชฐ สะพานนี้มีสร้างคู่กัน มีอีกสะพานหนึ่งอยู่ถนนราชวิถี ตรงผ่านสวนจิตรลดาที่จะขึ้นทางรถไฟ ชื่อสะพานอุภัยเจษฎ์อุทิศ แปลเหมือนกัน ชื่อคล้องกันด้วย ชมัยมรุเชฐขึ้นก่อน และอุภัยเจษฏ์อุทิศ แปลเหมือนกันเลยครับ อุภัย แปลว่า ทั้งสอง เจษฎ แปลว่า พี่ อุทิศ ก็อุทิศ อุทิศให้พี่ทั้งสองที่ล่วงลับไปแล้ว ทางเมืองไทยเราก็มีวิธีการอย่างนี้ครับ บางสะพานก็ใส่หมายเลขตรงท้าย ในกรุงเทพฯ มีสะพานหมายเลขท้าย ๆ บอก พ.ศ. เช่น สะพานเจริญศรี๔๒ อยู่ที่หน้าศาลคลองหลอด ตรงนั้นเป็นสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๒ สะพานเฉลิมโลก๕๕ แปลว่ารัชกาลที่ ๖ เพราะท่านขึ้นครองราชย์ พ.ศ. ๒๔๕๓ ,๒๔๕๔, ๒๔๕๕ เฉลิมโลก๕๕ แปลว่าสร้างสะพานเฉลิมโลก พ.ศ. ๒๔๕๕ ถัดมาสะพานหัวช้าง ก็เฉลิมหล้า๕๖ ถ้าใครเกิดทันโตเห็นแถว ๆ หน้าวัดสระปทุม ตรงหัวถนนอังรีดูนังค์ แต่ก่อนมีสะพานชื่อสะพานเฉลิมเผ่า๕๗ แปลว่าปีที่สร้าง เดี๋ยวนี้ก็ลบเลือนไปเยอะ ถามเรื่องสะพานก็ตอบให้กว้างขวางไปนิดหนึ่ง"
เลยไปหาความรู้มาเสริมและบันทึกไว้ ณ ที่นี้ว่า
สะพานชมัยมรุเชฐ
เป็นสะพานข้ามคลองเปรมประชากร อยู่บนถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๕ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ โดยสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงสร้างเพื่ออุทิศถวายแต่สมเด็จพระเชษฐา ๒ พระองค์ คือ สมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ (สมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ หรือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๗ แรม ๑๒ ค่ำ ปีขาล สัมฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๔๐ ตรงกับวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๑
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๙) และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ (๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๕ - ๑๗ มิถุนายน ๒๔๔๒) พระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) เนื่องในวโรกาสที่ในปีนั้น พระองค์มีพระชนมายุ 17 ปี เสมอด้วยพระเชษฐาทั้งสองพระองค์
แถวๆ นี้ยังมีสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษมอีกหลายสะพาน จากหนังสือชื่อ จดหมายเหตุการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ของกรมศิลปากร ระบุว่านับแต่สะพานเทเวศรนฤมิตรไปจนถึงสะพานขาว ชื่อสะพานล้วนหมายถึงสะพานที่เทพเจ้าสร้างทั้งสิ้น คือ
สะพานเทเวศรนฤมิตร (ตรงเทเวศร์) รัชกาลที่ ๕ เสด็จไปเปิดสะพานนี้เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๒
สะพานวิศุกรรมนฤมาน (ตรงคุรุสภา) รัชกาลที่ ๕ เสด็จไปเปิดสะพานนี้เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๔
สะพานมัฆวานรังสรรค์ (ตรงถนนราชดำเนิน) รัชกาลที่ ๕ เสด็จไปเปิดสะพานนี้เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๖
สะพานเทวกรรมรังรักษ์ (ตรงตลาดนางเลิ้ง) รัชกาลที่ ๕ เสด็จไปเปิดสะพานนี้เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๓
สะพานจตุรภักตร์รังสฤษดิ์ (ตรงสะพานขาว) ทราบเพียงว่าสร้างประมาณ พ.ศ.๒๔๔๖ เสร็จ พ.ศ.๒๔๔๗
และอีก ๒ สะพานที่มีนามไพเราะสมกับเมืองฟ้าอมร คือ
สะพานผ่านพิภพลีลา
เป็นสะพานข้ามคลองหลอด เชื่อมถนนราชดำเนินในและถนนราชดำเนินกลาง สร้างขึ้นมาแทนสะพานนรรัตน์เก่าที่บางลำภู สะพานนี้มีความลาดเอียงน้อยมากเกือบเสมอกับระดับถนน ราวลูกกรงเป็นเหล็กดัดลวดลายสวยงาม ต่อมามีการรื้อสะพานนี้แล้วสร้างใหม่ แล้วนำลูกกรงสะพานของเดิมไปใช้กับสะพานทางคนเดินสร้างขึ้นตรงหัวสนามหลวงด้านทิศเหนือ
ปัจจุบันสะพานทางคนเดินก็ถูกรื้อลงเพราะว่ามีการสร้างสะพานพระปิ่นเกล้าแล้วก็ไม่มีผู้ใดทราบว่าส่วนประกอบชิ้นนี้หายไปไหน
สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
เป็นข้ามคลองบางลำภู (คลองรอบกรุง) ใกล้ป้อมมหากาฬ เชื่อมถนนราชดำเนินกลางและถนนราชดำเนินนอก
สะพานนี้อยู่ ณจุดซึ่งเป็นทางแยกของถนนหลายสายจึงได้ถูกแก้ไขดัดแปลงขนาดความกว้างของสะพานมาหลายครั้งจนความงามจากสัดส่วนเดิมได้ลดน้อยลงไปมาก แต่เจ้าหน้าที่ก็เก็บส่วนประกอบเดิมไว้ค่อนข้างมากยังไม่ได้รื้อทิ้ง ไปแต่อย่างใด สะพานนี้มีเสาหินอ่อนและผนังเชิงลาดสะพานที่งดงาม ประณีต เครื่องประดับเสาสะพานทำด้วยสำริดหล่อ รูปแบบน่าสนใจ ลูกกรงเหล็กราวสะพานและลายประดับคานโค้งรับตัวสะพาน
หมายเหตุเพิ่มเติม
* คลองเปรมประชากร (Khlong Prem Prachakon) เป็นคลองขุดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๓ เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยา จากคลองผดุงกรุงเกษมบริเวณหน้าวัดโสมนัสวิหาร กรุงเทพมหานคร ไปทะลุตำบลเกาะใหญ่ แขวงกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นระยะทาง ๑๒๗๑ เส้น ๓ วา เนื่องจากทรงเห็นว่าการเดินเรือขึ้นล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยานั้น เส้นทางอ้อมไปมาทำให้เสียเวลาในการเดินทางมาก การขุดคลองเปรมประชากรโดยตัดให้ตรงขึ้น ได้ประโยชน์สองประการ คือ ช่วยร่นระยะทางระหว่างกรุงศรีอยุธยากับกรุงรัตนโกสินทร์ให้สั้นลง และขยายพื้นที่การเพาะปลูกเข้าไปในบริเวณที่คลองตัดผ่าน ซึ่งเดิมเป็นป่ารกชัฏเต็มไปด้วยโขลงช้างเถื่อน จนไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่อาศัย
* ถนนพระรามที่ ๕ (Thanon Rama V) เป็นถนนในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่ถนนลูกหลวง แขวงสวนจิตรลดา เลียบคลองเปรมประชากรไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดกับถนนพิษณุโลกที่สี่แยกพาณิชยการ ตัดกับถนนศรีอยุธยาที่สี่แยกวัดเบญจฯ ตัดกับถนนราชวิถีที่สี่แยกราชวิถี ตัดกับถนนสุโขทัยที่สี่แยกสุโขทัย ข้ามคลองสามเสนเข้าสู่พื้นที่แขวงถนนนครไชยศรี ตัดกับถนนนครไชยศรีที่สี่แยกราชวัตร ตัดกับถนนอำนวยสงครามและถนนเศรษฐศิริที่สี่แยกเกษะโกมล และสิ้นสุดเมื่อไปตัดกับถนนทหารที่สี่แยกสะพานแดง (ถนนสายที่ตรงต่อเนื่องไปคือถนนเตชะวณิช) ถนนพระรามที่ ๕ เดิมชื่อ "ถนนลก" เป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นถนนในโครงการถนนอำเภอดุสิต โดยได้ทรงริเริ่มขึ้นพร้อมกับการสร้างพระราชวังดุสิตใน พ.ศ.๒๔๔๑ ชื่อ "ถนนลก" เป็นภาษาจีนมาจากชื่อภาพเครื่องลายครามที่มีภาพลก คือ เทพเจ้าจีนใส่หมวกมีใบพัด 2 ข้าง หรือกวางอยู่ด้วย กวางกับหมวกนั้นมีความหมายว่าเกียรติยศนั่นเอง ครั้นเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อถนนลก ตั้งแต่ถนนลูกหลวงถึงถนนเตชะวณิชเป็น "ถนนพระรามที่ ๕" เพราะมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังดุสิตและถนนสายนี้ขึ้น
(ขอบคุณนู๋ลี นั่งรถจากมหาชัยมาถ่ายป้ายให้รูปนึง อิอิ)
* ถนนพิษณุโลก (Thanon Phitsanulok) เป็นถนนสายหนึ่งในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีระยะทางตั้งแต่ถนนสามเสน ใต้ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตัดกับถนนนครราชสีมา ผ่านสวนอัมพวัน (สวนอัมพร) วังปารุสกวัน และสวนมิสกวัน ตัดกับถนนราชดำเนินนอก (แยกสวนมิสกวัน) และถนนพระรามที่ ๕ (แยกพาณิชยการ) เข้าสู่แขวงสวนจิตรลดา จากนั้นตัดกับถนนนครสวรรค์ที่แยกนางเลิ้ง (แยกสนามม้า) และเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างแขวงสวนจิตรลดากับแขวงสี่แยกมหานาคไปจนสุดถนนที่ทางรถไฟสายนครราชสีมา (ทางรถไฟสายเหนือก็เรียก) ณ แยกยมราชซึ่งเป็นหัวถนนเพชรบุรี ถนนพิษณุโลกนี้มีนามเดิมว่า "ถนนคอเสื้อ" เป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เป็นถนนในโครงการถนนอำเภอดุสิต ซึ่งทรงริเริ่มขึ้นพร้อมกับการสร้างพระราชวังดุสิตใน พ.ศ. ๒๔๔๑ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนพิษณุโลกเนื่องจากผ่านวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นที่ประทับในสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ชื่อถนนคอเสื้อได้มาจากการเขียนลายรูปค้างคาวต่อๆ กันในที่แคบ จึงกลายเป็นลายกระจังหรือที่เรียกว่า "คอเสื้อ" หมายถึง ฮก (ความสุข) ซึ่งเป็นหนึ่งลักษณะมงคลของจีนสามประการ ("ฮก ลก ซิ่ว" - ความสุข ลาภยศ อายุยืนนาน)
เพลงสะพานสายรุ้ง
ขอบฟ้า...ทิ้งโค้งไกล ไกล สีสวยสดใส ทาบทา
เจ็ดสี...ร้อยเรียงเคียงไป เส้นโค้ง เส้นใหญ่ ทาบมา
เมื่อยาม....ตะวันรอนรอน แสงแดดซอกซอนเมฆบน
ถูกฝน...ละอองปลิวว่อน โอนอ่อนสวยนวลชวนยล
ม่วงคราม...น้ำเงินชวนมอง เขียวเหลืองเรืองรอง...แสดแดง
ทอดโค้ง...โยงฟากฟ้าทอง อ้อมโอบประคอง...โลกไว้ภายใน
ให้สายรุ้งนั้นคือสะพาน ข้ามลำธารผ่านภูผา
ผ่านเมืองแมนแดนศิวิไล ผ่านป่าดงพงไพนพนา
ข้ามมหา.....สมุทร...ไกล..สุดตา
ทอดต่อโยง ทั่วทุกแดน เชื่อมทุกแคว้นให้ถึงกัน
ก้าวข้ามเดินไปบนสะพาน มือประสานกระชับมั่น
ไม่กีดกัน.....แบ่ง..ผิวพันธุ์
สองวัยชุด ๒ กระแตตื่นเช้า







