ใบหน้าของมนุษย์เรา
ความจริงก็เป็นหน้ากาก
หน้ากากที่สามารถเปลี่ยนแปรไปกับสิ่งแวดล้อม
และอารมณ์ที่เกิดขึ้น
...มีผู้ใดสามารถสังเกตความลับ
ที่แฝงอยู่ในใจของคนผู้นั้นออกจากสีหน้า?
...มีหน้ากากเยี่ยงไร จะประณีตพิสดารเทียบเท่า
ใบหน้าของมนุษย์ได้?
ศักดิ์ศรียิ่งสูงส่ง ตำแหน่งฐานะยิ่งสูงส่ง
หน้ากากที่สวมอยู่มักยิ่งไม่มีผู้คนสามารถมองทะลุเข้าไปได้
จอมดาบหิมะแดง/ว.ณ.เมืองลุง

 

สารทเต้งเอี๊ยง (ขึ้นเก้าค่ำเดือนเก้า)เพิ่งผ่านพ้น

หิมะหยุดตกแล้ว ความหนาวยะเยือกยังคงอยู่ครอบฟ้าคลุมดิน

อารามบ้อเก๊กกวน (ไร้สิ้นสุด) ยังมีหิมะปกคลุม

แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างวิหารยิ่งมีอาจลดความเย็นเยียบในใจของหลวงจีนหนุ่มที่นอนอยู่บนแคร่หน้าพระประธาน

เบื้องหน้าพระประธานยังมีแถวของหลวงจีนอาวุโสอยู่เก้ารูป

ท่านเจ้าอาวาสบู่ฮิ่ว ซึ่งมีรูปร่างสูงเพรียวสมกับฉายาเขาทะมึนเสียดฟ้า ยืนอยู่ตรงกลาง ขนาบซ้ายขวาด้วยแปดองครักษ์พิทักษ์ฟ้าดิน โป่ยจ้ำเทียนตี่

เบื้องหน้าของท่านคือร่างของหลวงจีนหนุ่มที่เคยมีหน้าตาคมคายรูปร่างสมส่วน หลวงจีนอั๊งเจ่กซิม (แดงใจเดียว) ผู้มีฉายาโง้วฮ่อเซียนซือ (หลวงจีน Hi5) จัดเป็นหลวงจีนที่มีฝีมือสูงสุดในบรรดาหลวงจีนรุ่นเดียวกัน ฉายาโง้วฮ่อได้มาเพราะเป็นเลิศทั้งฟังดี คิดดี ถามดี เขียนดี และหน้าตาดี แต่บัดนี้ผิวของอั๊งเจ่กซิมขาวซีด ทั้งร่างดูไร้พลัง แววตาไร้ประกาย

            ท่านเจ้าอาวาสบู่ฮิ่วทาบสองมือกับหน้าอกของหลวงจีนอั๊งเจ่กซิม ถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าสู่ร่างอึดใจหนึ่งแล้วชักมือกลับ พลางกล่าวว่า

            เจ่กซิม เจ้าบอกกล่าวมาให้ละเอียด ว่าเรื่องราวเป็นมาเช่นไร จึงเสียทีให้ผู้อื่นมาทำร้ายเจ้าได้ แถมยังหยิบฉวยคัมภีร์สำคัญไปด้วย

อั๊งเจ่กซิม กล่าวด้วยน้ำเสียงของผู้สำนึกผิด

            “เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์จะขอเล่าอย่างละเอียด เมื่อครึ่งเดือนก่อนที่ท่านอาจารย์สั่งให้ศิษย์เดินทางเข้าไปที่แนเชี้ยงซัวจึง เพื่อนำสมุนไพรไปให้แก่บ๊กเกี้ยฮ้วงจิบ ขณะเดินทางกลับอารามศิษย์ได้ช่วยเหลือสตรีนางหนึ่งที่ถูกโคบ้าไล่ขวิด ก่อนจากกันนางได้มอบนกพิราบปวยเชยลี่ (บินพันลี้) ให้ศิษย์ นางบอกว่าเมื่อศิษย์เดินทางกลับถึงอารามให้ศิษย์เขียนหนังสือติดเท้าเจ้าบินพันลี้ นางจะมีของจะมอบให้เป็นการขอบคุณ ศิษย์ก็ทำตามนั้นเพียงเพื่อจะปล่อยนกคืนเจ้าของ หาได้ต้องการของใดตอบแทนไม่

            “นางได้ส่งเจ้าบินพันลี้กลับมาหาโดยมีม้วนผ้าเป็นเรื่องราวโย่วผูถวน (เสื่ออาสนะแห่งเลือดเนื้อ-เป็นโลกีย์นิยายอื้อฉาวของจีน) มาด้วย

            บู่ฮิ่วไต้ซือถามเสียงเรียบๆ เจ้าก็ดูโย่วผูถวนด้วยหรือ

            อั๊งเจ่กซิมหน้าแดงขึ้นเรื่อๆ พลางตอบ ศิษย์ผิดไปแล้ว หลังจากนั้นศิษย์กับนางก็ติดต่อกันทุกวันด้วยเจ้าบินพันลี้

            “จนกระทั่งเมื่อวานนี้นางขึ้นเขามาที่อาราม ศิษย์ไม่ทราบว่านางเข้ามาในที่พักของศิษย์ได้อย่างไร นางบอกว่าจะต้องเดินทางไปชายแดนอาจจะไม่ได้เจอกับศิษย์อีกจึงขอมาบอกอำลาด้วยตัวเอง

            ในระหว่างอยู่ที่ห้องพัก นางก็ชี้ชวนให้ศิษย์ดูสมุดภาพใต้หมอนที่นางนำติดตัวมาด้วย ศิษย์ปล่อยจิตไปกับราคะและได้ร่วมหลับนอนกับนาง แม้ท่วงท่าหยิบไฟข้ามกำแพงจุดเทียนไขกลับหัวก็ยังกระทำ

            “เพ้ย มิต้องเล่าละเอียดขนาดนั้น บู่ฮิ่วไต้ซื้อตวาดเสียงลั่นวิหาร

            “ยกโทษให้ศิษย์ด้วย ขณะที่จะเสร็จสมนั้นศิษย์รู้สึกว่ากำลังภายในของศิษย์ถ่ายเทไปที่นางอย่างที่ไม่สามารถรั้งดึงพลังไว้ได้ จากนั้นศิษย์ก็สิ้นสติไป

            “เจ้ารู้ชื่อของนางหรือไม่ บู่ฮิ่วไต้ซือถาม

            “นางเรียกตัวเองว่าเหยาเหยา แต่ศิษย์มิได้ถามชื่อแซ่ของนาง

            “เจ้าบอกลักษณะโดยละเอียดของนางออกมาดู

            “นางนั้นงามเหมือนไซซี ขาว สูง ใบหน้านางผุดผ่อง อ้อ นางยังมีไฝแดงอยู่กลางหน้าผากด้วย

            หลวงจีนทั้ง 9 รูปมองหน้ากัน สีหน้าแววตาล้วนวิตก

            หลวงจีนที่อยู่ทางซ้ายมือกล่าวกับบู่ฮิ่วไต้ซือ

            นี่จะเป็นไปได้อย่างไร นางมารร้ายนี้หายไปจากยุทธจักรเกือบยี่สิบปีแล้ว

            อั๊งเจ่กซิมมองท่านเจ้าอาวาสแล้วถาม ท่านอาจารย์ ศิษย์ดูแล้วนางไม่น่าจะมีอายุถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำไป

            บู่ฮิ่วไต้ซือส่ายหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล เจ่กซิม ถ้าอาจารย์เดาไม่ผิด เจ้าได้เสียทีให้กับนางมารร้ายที่สุดของยุทธจักรเมื่อสามสิบปีที่แล้ว หลังจากนางอาละวาดก่อเหตุเภทภัยแก่ยุทธจักรเกือบสิบปี ยอดฝีมือในยุทธจักรก็ร่วมมือกันจะกำจัดนาง แต่สุดท้ายนางก็หนีไปได้ทั้งๆ ที่บาดเจ็บปางตาย

            ฝีมือชั่วร้ายที่นางดูดพลังฝืมือของเจ้าไป เรียกว่า เทียนม้อซิ่งกง (ลมปราณมารฟ้า) เป็นอวิชชาตอนต่อบุปผา เพื่อให้นางรักษารูปร่างไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลง แล้วยังเพิ่มพูนพลังฝีมือของนางด้วย นับแต่นี้เจ้าไม่สามารถฟื้นฟูพลังฝีมือได้อีกแล้ว...เจ้าพลาดท่าเสียทีครั้งนี้ นี่เรียกว่าวีรบุรุษยากผ่านด่านหญิงงาม..เฮ่อ

            เสียเจ้าไปคนหนึ่งยังไม่นับเป็นอย่างไรได้ แต่บัดนี้ยุทธจักรจะประสบเภทภัยร้ายแรงเสียแล้ว ลมปราณมารฟ้าของนางเป็นแค่วิชาหนึ่งที่นางฝึกสำเร็จเท่านั้น ที่น่ากลัวกว่านั้นยังมีอีก

            เรียนถามท่านอาจารย์ นางยังมีวิชาฝืมือน่ากลัวกว่านี้อีกหรือ แล้วนางเรียกว่าอะไร

            นางตั้งฉายาตัวเองว่าซี่บ้อฮูหยิน (ฮูหยินสี่ไม่มี) คือ ไม่มีรัก ไม่มีปราณี ไม่มีน้ำตา ไม่มีใจ แต่ชาวบู๊ลิ้มกลับเรียกนางว่าบ้อซี้กุ้ย (นางมารไม่มียางอาย) เมื่อยี่สิบปีที่แล้วก็ไม่มีใครต่อกรกับนางได้ ถึงวันนี้ไม่รู้ว่านางมีพลังฝีมือเพิ่มขึ้นเพียงไหน

นี่ยังไม่นับคัมภีร์ที่นางหยิบฉวยไป...แสดงว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา นางสืบเสาะตลอดเวลาจนรู้ว่าคัมภีร์ที่ยอดฝีมือยุทธจักรซุกซ่อนไว้ที่แท้อยู่ที่อารามของเราและเจ้าเป็นผู้เฝ้าหอคัมภีร์ จึงทำอุบายตั้งแต่ตอนที่เจ้าไปแนเชี้ยงซัวจึง

อาจารย์ ก่อนที่ศิษย์จะต้องไปกักตัวพินิจกรรมในถ้ำตามกฎของอาราม ศิษย์ขอทราบนามของนางด้วย

นางมารสะท้านนรกนี้เรียกว่า ม่อเหยาซิง

(ยังมีต่อ)

(ภาพและเพลงจากอินเตอร์เน็ต)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าติดตามตอนต่อไปconfused smile

#1 By 2spot studio on 2008-03-16 13:46

ถึง คุณ Born To Be

แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะครับsurprised smile

#2 By Old Mustang on 2008-03-16 16:08

นี่มัน...

แหล่มเลย !~Hot!

#3 By iMase on 2008-03-16 17:44

อิอิ อ่านแล้วเจอแต้จิ๋วฮาๆเยอะเลย คิดได้ไง โง่วฮ่อเซียนซือ(五好先师) หลวงจีนHi5 เฮ้ออ น่าติดตามอย่างรุนเเรง ขออนุญาติแอดไว้นะconfused smile confused smile
เกิดมา ไม่เคยอ่านนิยายกำลังภายใน
(เพราะกลัวอ่านยาก)
แต่ชอบเรื่องนี้หุหุ
เอานิยายกำลังภายในมาปรับใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน
ได้ดีครับHot!

#5 By คนบ้า on 2008-03-17 15:15

น่าติดตามอย่างร้ายกาจ
สำนวนอย่างกับน.นพรัตน์ cry

#6 By แก้ว on 2008-03-17 16:50

โอ้ว สุดยิดconfused smile

#7 By Toh on 2008-03-17 20:39

บรรยายได้ทันสมัยดีจังconfused smile

#8 By PoY on 2008-03-18 08:29

ตอนแรกมึนๆกับภาษาจีนเยอะๆ
แต่สนุกดีค่ะ
ขอแอดไว้อ่านต่อนะbig smile
Hot!

#9 By flawas on 2008-03-18 13:37

ขอบคุณที่แวะมาอ่าน ลองอ่านตอนอื่นๆ ดูอีกสิครับ

#10 By Born to be...Me on 2008-04-13 11:29

ท่านพ่อไข่

เออ จามีใครว่าไรมะเนี่ย ว่ามันอ่านเรื่องจากตอนจบ มาตอนแรก อะ

มันเป็นไรของมันฟะ ฉงฉัยสมองกลับ เอิ๊ก เอิ๊ก

เออแต่ว่ามันเคยอ่านแล้ว มันก็เลยอยากอ่านกลับซะงั้น

#11 By ลูกสาวเจ้าพ่อไข่ (125.26.69.6) on 2008-05-25 13:31

ท่านพ่อ

นู่อยากอ่านนิยายที่ท่านพ่อเขียนอีก แต่งอีกนะ นะ นะ

#12 By ลูกสาวเจ้าพ่อไข่ (125.26.69.6) on 2008-05-25 13:36