นางมารสะท้านนรก ตอน ไล่ล่านางมาร
posted on 12 Apr 2008 20:38 by born2be-me in Fictionsมีแต่คนที่รู้จักมารยาเป็นเหลวไหลและยอมแสร้งเป็นเหลวไหลเท่านั้นจึงปราดเปรื่องที่สุด ร้ายกาจที่สุดแต่เสียดายที่การแสร้งเป็นงมงายเหลวไหลก็มิใช่เป็นเรื่องง่ายดาย
เหยี่ยวเดือนเก้า / ว.ณ.เมืองลุง………..
+++++++++++
จันทร์เพ็ญแขวนดวงสวยบนฟ้า
มีแต่คืนวันเพ็ญจึงเห็นกระต่าย
กระต่ายที่อยู่บนดวงจันทร์
แต่คืนนี้คิ้มตอเช้ง (พิณมากน้ำใจ) เห็นกระต่ายอยู่บนทางเดิน
เป็นกระต่ายตายตัวหนึ่ง
มันก้มลงหยิบซากกระต่าย และมุ่งหน้าเดินต่อไป
เสียงพสุธาสะเทือนอยู่ด้านหลัง
ชั่วอึดใจเสียงอาชาคำรามก็มาอยู่เบื้องหลังคิ้มตอเช้ง
“ท่านสบาย?” คิ้มตอเช้งมิต้องหันไปดู ก็ร้องถามผู้ขับขี่อาชา
“ยังดีอยู่” กลับเป็นสุ้มเสียงไพเราะราวระฆังเงิน
บนหลังเจ้า “เฮ็กปวยลุ้ย” (นิลอสุนี) อาชาที่ยอดฝีมือทุกคนรู้จักย่อมนั่งไว้ด้วยเจ้านายของมัน
เซียวงึ่นเจ็ง (ระฆังเงินใบน้อย) สวมอาภรณ์เกล้าผมดั่งชายชาตรี บังคับเจ้านิลอสุนีเหยาะย่างเคียงคู่กับคิ้มตอเช้ง
ทั้งสองเป็นยอดฝีมือรุ่นใหม่ที่บู๊ลิ้มขนานนามคู่กันเป็น “งึ่นเจ็งกิมคิ้ม” (ระฆังเงินพิณทอง)
คิ้มตอเช้งใช้เพลงพิณพิสดารสร้างชื่อ ยังมีกระบี่ที่ซ่อนในกิมเจี่ยวบ๊วย (ทองหางไหม้- พิณหางไหม้มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน) ยังมิมียอดฝีมือใดกล้าดูแคลน
เซียวงึ่นเจ็งกลับสำเร็จทั้งกำลังภายนอกและกำลังภายใน รูปร่างสูงใหญ่ของนางยามเมื่อถือแส้ซิมเปียง (แส้ใจ) อันธพาลบู๊ลิ้มยังตัวสั่นงันงก
เพียงแต่ผู้ใดพบเห็นยอดฝีมือทั้งสองกลับงงงวยมิน้อย
บุรุษหนุ่มคิ้มตอเช้งปล่อยผมยาวสลวยราวเทพธิดา
เซียวงึ่นเจ็งกลับมวยผมเป็นชายชาตรีขี่อาชาท่องทะยาน
/ / / / / / / / /
ห้องศิลาลับในอารามบ้อเก๊กกวน (ไร้สิ้นสุด)
ที่นั่งล้อมโต๊ะหินกลมอยู่นอกจากเจ้าอาวาสบู่ฮิ่วเจ้าของสถานที่แล้ว
ยังมีโฮ้วเกานั้ง (เสือตัวที่เก้า) ยอดฝีมืออาวุโสที่เคยร่วมไล่ล่านางมารร้ายม่อเหยาซิง
คิ้มตอเช้ง (พิณมากน้ำใจ) ยอดฝีมือวัยฉกรรจ์ที่ปล่อยผมยาวสลวย
เซียวงึ่นเจ็ง (ระฆังเงินใบน้อย) ยอดฝืมือฝ่ายสตรีที่มีชื่อเสียงเคียงคู่คิ้มตอเช้ง
ก๊วยไต้ลุ้ย (เจ้าพายุ) เจ้าของฉายาบ่อหุ่งบ่อเอี้ย (ไร้วิญญาณไร้เงา) จอมยุทธรุ่นเยาว์ผู้มีวิชาตัวเบาเป็นเลิศ เป็นตัวแทนของเจ้าสำนักเสี้ยวลิ้ม
บนโต๊ะหินกลมยังมีซากกระต่ายที่คิ้มตอเช้งเก็บมาด้วย
“ไม่ทราบว่าพวกท่านมีความเห็นใด” บู่ฮิ่วไต้ซือถามขึ้นหลังจากเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลวงจีน Hi5 ให้ทุกคนฟังจนจบ
“ขอเชิญท่านอาวุโสโฮ้ว พิจารณาซากกระต่าย” คิ้มตอเช้งพลิกซากกระต่ายแล้วกล่าวขึ้น
โฮ้วเกานั้งกรีดนิ้วแผ่พุ่งพลังดัชนีคราเดียว อกกระต่ายก็ถูกกรีดจนเห็นอวัยวะภายในที่แหลกเหลวและเป็นสีดำมะเมื่อม
“คิ้มไต้เฮียบก็คงคาดเดาเหมือนเล่าฮูกระมัง เจ้ากระต่ายนี้ตายด้วยเพลงขลุ่ยปลิดวิญญาณ” โฮ้วเกานั้งกล่าวเสียงเคร่งเครียด
คิ้มตอเช้งกล่าวว่า
“เมื่อตอนที่ผู้เยาว์เดินทางผ่านแนเชี้ยงซัวจึง ได้ยินข่าวเล่าขานกันว่าเมื่อเดือนก่อนมีหญิงสาวรูปงามเดินทางมาเปิดโรงเตี๊ยมพร้อมกับเด็กชายคนหนึ่ง นางเที่ยวบอกใครต่อใครว่าเป็นบุตรบุญธรรมของนาง แต่เด็กชายนั้นดูอ้อนแอ้นบอบบางเหมือนเด็กหญิง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็หายตัวไป รูปโฉมของนางก็เหมือนกับที่ท่านเจ้าอาวาสเล่ามา เวลาที่นางหายตัวไปก็เป็นเวลาหลังจากหลวงจีนอั๊งเจ่กซิมถูกทำร้าย”เซียวงึ่นเจ็งกล่าวอย่างสงสัยว่า “แล้วนางฆ่ากระต่ายทำไม?”
เจ้าอาวาสบู่ฮิ่วกระแอมก่อนกล่าวว่า
“คัมภีร์ที่นางมาหยิบฉวยไปนั้น บันทึกเจ็ดสุดยอดวิชามาร นั่นจึงทำให้เหล่าผู้กล้าไม่ต้องการให้อวิชชาเหล่านี้เผยแพร่ออกไป จึงนำมามอบให้อารามเราเฝ้าดูแล เพลงขลุ่ยปลิดวิญญาณก็เป็นหนึ่งในเจ็ดวิชานั้น”
“เช่นนั้นไยมิทำลายทิ้งไป” เซียวงึ่นเจ็งยังไม่คลายสงสัย
ก๊วยไต้ลุ้ยที่นั่งเงียบเหมือนไม่มีตัวตนพลันกล่าวขึ้นว่า “นั่นเพราะยังไม่มีผู้ใดไขปริศนาในคัมภีร์นั้นได้”
เซียวงึ่นเจ็งขมวดคิ้ว พลางถามอีกว่า “ในคัมภีร์ก็เป็นอวิชชา ปริศนานั้นถึงจะไขออกมาได้ก็คงจะไม่มีที่ใดดีงาม”
“นั่นไม่แน่นัก เพราะบันทึกท้ายคัมภีร์บอกว่ายังมีวิชาที่แปดซ่อนอยู่ในเจ็ดวิชานั้น วิชาที่แปดเป็นสุดยอดวิชาที่ไม่น้อยหน้าคัมภีร์มหาการุณย์ (ไต้ปุยหู่) ที่สาบสูญไปแล้ว” ก๊วยไต้ลุ้ยตอบ
คิ้มตอเช้งกล่าวอย่างเลื่อนลอย “นั่นเป็นวิชาใดกันแน่ คัมภีร์มหาการุณย์นั่นเป็นสุดยอดวิชาฝ่ายธรรมะ หรือจะยังมีคัมภีร์ฝ่ายธรรมะที่สูงส่งอื่นอีก”
เจ้าอาวาสบู่ฮิ่วกระแอมอีกครั้งก่อนกล่าว
“อาตมาขออภัย ที่เร่งด่วนตอนนี้คือต้องรีบติดตามม่อเหยาซิง เพราะเห็นได้ว่านางมีภูมิปัญญาเป็นเลิศ เพียงไม่กี่ชั่วยามที่นางได้คัมภีร์ไปนางก็เรียนเพลงขลุ่ยปลิดวิญญาณสำเร็จ หากอาตมาคาดเดาไม่ผิด บริเวณที่คิ้มไต้เฮียบพบซากกระต่าย หากไปหาดูบริเวณรอบๆ คงจะพบซากหนอน แมลง และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีก บริเวณนั้นคงเป็นที่นางทดลองเพลงขลุ่ยปลิดวิญญาณ โอ...นางไม่ละเว้นแม้แต่ส่ำสัตว์ใหญ่น้อย”
ก๊วยไต้ลุ้ยกล่าวว่า
“ก่อนเดินทางมาถึงอาราม ผู้เยาว์ได้ข่าวจากศิษย์ของสำนักที่สืบข่าวอยู่แถบน่ำไฮ้ (ทะเลใต้) ว่า ก่อนหน้านี้ม่อเหยาซิงได้ไปปรากฏกายแถบนั้น สันนิษฐานว่านางได้ลอบติดต่อกับน้ำไฮ้จือแกจึง (หมู่บ้านอักษรทะเลใต้) หลังจากนั้นน้ำไฮ้จือจึงจู้ (หัวหน้าหมู่บ้าน) กับตี่ตี๋ (น้องชาย) ได้เรียกบริวารเคลื่อนไหวอย่างลับๆ”
โฮ้วเกานั่งอุทานว่า “สองพี่น้อง เจี่ยเขี้ยวบ้อ ต้อเขี่ยวอู๋* ก็ร่วมมือกับนางมารด้วยหรือ?”
“พวกเราต้องเร่งส่งข่าวไปยังห้าสำนักใหญ่ เจ็ดสมาคม ให้ระวังและสืบข่าวของม่อเหยาซิง หากปล่อยเนิ่นช้าเภทภัยของยุทธจักรยิ่งร้ายแรง” บู่ฮิ่วไต้ซือสรุป
แล้วทั้งหมดก็วางแผนไล่ล่านางมารม่อเหยาซิงจนอรุโณทัยไขแสง ก่อนจะแยกย้ายกันไป
****************
*เจี่ยเขี้ยวบ้อ ต้อเขี่ยวอู๋ เป็นสำนวนชาวจีน แปลว่า เรื่องดีละไม่เป็น เรื่องชั่วล่ะเก่งนักเชียว

เรื่องดีละไม่เป็น เรื่องชั่วล่ะเก่งนักเชียวล่ะท่านพ่อ
อิอิ
#1 By ลูกสาวเจ้าพ่อไข่ (125.26.69.6) on 2008-05-25 13:29